ทีมชาติคองโกมีโปรแกรมลงแข่งนัดชี้ชะตา ในทัวร์นาเมนต์เพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีกำหนดแข่งที่กวาดาลาฮารา ในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลก หลังจากไม่ได้ไปฟุตบอลโลกนานกว่า 52 ปี
โค้ชคองโกคนนี้ไม่เคยสัมผัสช่วงเวลานั้นมาก่อน แต่ครั้งนี้เขามีโอกาสเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทีม โดยพาทีมกลับสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก
เพื่อไปบอลโลก ทีมต้องชนะเกมนี้ ซึ่งอาจต้องดวลกับจาเมกาหรือ นิวแคลิโดเนีย โดยก่อนหน้านั้นจะมีเกมอุ่นเครื่องพบกับเบอร์มิวดาในวันที่ 25 มีนาคม
“เรามาถูกทางแล้ว และพร้อมเต็มที่”
เดซาเบรยืนยันว่าทีมยังคงมีความมุ่งมั่นตามเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเส้นทางนี้ยาวนานและเกมนี้คือเกมที่ 13 ของการเดินทาง“นี่ไม่ใช่แค่เกมเดียว แต่คือผลลัพธ์ของทุกประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งดีและร้าย” เขากล่าว
ฟุตบอลโลก 2026
เกมรับแข็งแกร่ง เกมรุกเฉียบคม ทีมเวิร์กคือกุญแจ
ผลงานเกมรับโดดเด่น เมื่อเสียแค่ 1 ประตูจาก 4 เกมหลัง ในขณะที่เกมรุกก็มีประสิทธิภาพดีขึ้น จากนักเตะคุณภาพและแนวทางเดียวกันโค้ชคองโกชี้ว่าความเป็นหนึ่งเดียวคือหัวใจของทีม นักเตะทุกคนร่วมแรงทั้งเกมรุกและรับ เปรียบเหมือนการต่อสู้เพื่อชาติ
“ไม่กลัวใคร และพร้อมสู้เต็มที่”
แม้จะต้องพบกับจาเมกาหรือ นิวแคลิโดเนียในรอบชิง เดซาเบรย้ำว่าทีมไม่กลัวคู่แข่งและพร้อมทุ่มสุดตัว โดยหวังทำผลงานให้ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าเกมชนะไนจีเรียกุนซือคองโกเน้นเรื่องสมาธิและวินัยในการเล่น
90 นาทีแห่งประวัติศาสตร์
แมตช์วันที่ 31 มีนาคม จะเป็นเกมที่สำคัญที่สุด เพราะ 90 นาทีนี้คือโอกาสสู่เวทีโลก“เราต้องเล่นให้ดีที่สุดและทำให้ประเทศภูมิใจ ผมเชื่อว่าทั้งชาติจะหยุดดูเกมนี้” เดซาเบรกล่าว
เส้นทางความฝันของโค้ช และภารกิจของทีม
สำหรับเดซาเบร การไปฟุตบอลโลกคือผลตอบแทนของความทุ่มเทของทั้งทีม หลังจากรับตำแหน่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และยังคงศรัทธาในทีมด้วยประสบการณ์ในหลายลีกและหลายประเทศ เขาหวังว่าจะได้คุมทีมในฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกกับความทรงจำ
เขาย้อนเล่าถึงฟุตบอลโลกที่ประทับใจ โดยเฉพาะปี 2010 และปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำของเขาเขายังยกเกมคลาสสิกระหว่างฝรั่งเศสกับบราซิลในปี 1986 ที่กวาดาลาฮารา ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับเกมปัจจุบันของเขา